แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ผลบอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ผลบอล แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข้อมูลฟุตบอลพวกหงส์แดง ลิเวอร์พูลหลังจบลงการต่อสู้พรีเมียร์ลีกที่ทะลุทะลวงมา

ทีมพาเลซพลิกแซงหักปีกหงส์แดง3-1




ซึ่งหลังจากที่วิเคราะห์ผลบอลเหล่าหงส์แดง ยังโชว์ฟอร์มแย่ๆ ต่อเนื่อง ภายหลังที่อุตส่าห์ได้ แลมเบิร์ต ที่ยิงให้ทีมนำก่อนในสองนาทีแรก แต่สุดท้าย พวกพาเลซ นั้นรัวทีเดียวสามลูกรวดพลิกกลับมาคว้าชัยไป 3-1 ทำให้อันดับไปรั้งที่ 12 ของลีกเรียบร้อย

โดยที่การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนาม เซเฮิร์ส พาร์ค  ฝ่ายคริสตัล พาเลซ ต้อนรับการมาเยือนของ พวกหงส์แดง ลิเวอร์พูล

ซึ่งในนาทีที่ 2 แฟนๆ เจ้าถิ่นต้องถึงกับช็อก หลังจาก หมู่คริสตัล พาเลซ นั้นต้องมาเสียประตูไปก่อน จากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า เปิดข้ามแนวรับให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต หนีการประกบ ก่อนจักพักบอลแล้วซัดเรียดสร้างผ่านมือ จูเลี่ยน สเปโรนี่ เข้าไป กลุ่มลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0

ต่อเนื่องมาถึงนาทีที่ 17 ปางทีมพาเลซ ก็ได้เฮบ้างจนกระทั่งมาตามตีเสมอสำเร็จเป็น 1-1 เมื่อ ยานนิค โบลาสซี่ ลากหนีแนวรับ พวกหงส์แดง ก่อนจักปลงใจซัดเต็มข้อด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลเรียดหนีมือ ซิมง มินโญเลต์ พุ่งชนเสากระดอนออกมา แต่ลูกยังเข้าทาง ดไวท์ เกล วิ่งมาซ้ำจ่อเข้าไปได้สำเร็จ

ในนาทีที่ 34 เหล่าหงส์แดง นั้นเกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง คราวนี้ โจ อัลเลน ครอสจากฝั่งซ้ายไปให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ที่อยู่เสาไกลได้โอกาสขึ้นโขกคนเดียวจ่อๆ แต่โชคไม่ดีบอลดันหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 36 กลุ่มพาเลซ นั้นต้องถอดเอา ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ ที่ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาควบคุมเกมรับของกลุ่มแทน

พร้อมกับในช่วงท้ายครึ่งแรกไม่มีประเติมเพิ่ม หมดเวลาทั้งสองคณะเสมอกันไปก่อน 1-1

ซึ่งนาทีที่ 48 ทางด้านเหล่าลิเวอร์พูล นั้นก็มาได้ลุ้นจากฟรีคิกระยะ 30 หลา สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่ซัดแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไปเสียก่อน

ในนาทีที่ 53 ตัวของมาร์ติน สเคอร์เทล มาโดนใบเหลือกระฉ่อนงเป็นคนแรกของเกม โทษฐานเจ้าตัวเข้าไปดึงแขนของ มารูยาน ชามัคห์ เพื่อเป็นการขัดขวาง

นาทีที่ 61 ฆาบี มานกิโย่ ต้องมารับใบเหฟุ้งเฟื่องง หลังเจตนาไปดึง ชามัคห์ ที่หน้าเขตโทษ

ด้วยกันในนาทีที่ 71 คณะหงส์แดง นั้นได้ตกลงใจถอด อดัม ลัลลาน่า ออก แล้วส่ง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงสนามเพื่อลุ้นทำประตูให้ทีมเพิ่ม

ต่อมาในนาทีที่ 74 เหล่าลิเวอร์พูล นั้นต้องถอด โจ อัลเลน ที่มีปัญหาเเลื่องกออกบนศีรษะที่แตกมาจากครึ่งแรก โดยเปลี่ยนเอา เอ็มเร่ ชาน ลงสนามมาช่วยเกมแดนกลางแทน ขณะที่ ฝ่ายพาเลซ ก็ส่งให้ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ลงสนามเป็นคนที่สอง เพราะว่าเปลี่ยนเอา เจสัน พันเชี่ยน ออกไป

พร้อมด้วยคราวถึงนาทีที่ 78 แฟนบอลหมู่คริสตัล พาเลซ ก็ได้เฮกันทั้งสนามจนถึงหมู่มาทำประตูที่สองสำเร็จ จากจังหวะที่บอลกำลังลอยกลางอากาศ เดยัน ลอฟเรน ที่ตามประกบ ยานนิค โบลาสซี่ จากริมเส้นไปล้มแล้วบอลตกเข้าหัวพอดีให้ดาวเตะ กรุ๊ปพาเลซ เลี้ยงหนีไปได่ ก่อนเจ้าตัวจักตบเข้ากลางให้ โจ เลดลี่ย์ วิ่งมาซัดตรงกลางลอดตัว ซิมง มินโญเลต์ เข้าไป เจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำ 2-1

ต่อมาในนาทีที่ 81 สถานการณ์ยังเป็นใจให้เจ้าถิ่นต่อเนื่อง คราวนี้คณะมาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ไมล์ เยดินัค วิ่งมาปั่นด้วยขวา บอลเลี้ยวข้ามกำแพง ก่อนจักอ้อมหนีมือ มินโญเลต์ เข้าไปอย่างสวยงาม กรุ๊ปคริสตัล พาเลซ ได้นำเพิ่มอีกเป็น 3-1

นาทีที่ 86 กรุ๊ปพาเลซ ตกลงใจถอด ยานนิค โบลาสซี่ ที่เกมนีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมออกไปพักท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนๆ ในสนาม ก่อนจักให้ แบร์รี่ แบนแนน ลงมาเล่นแทน

เข้าสู่ช่วงท้ายเกมทั้งสองหมู่เกือบมีลุ้นได้ประตูกันหลายครั้งแต่ก็พลาดไป สุดท้ายหมดเวลา คณะคริสตัล พาเลซ ได้เปิดบ้านเอาชนะ กลุ่มลิเวอร์พูล ไปได้สำเร็จผลบอล 3-1

นั่นทำให้ ฝ่ายพาเลซ ได้เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 15 ของตาราง ส่วน พวกหงส์แดง จากความพ่ายพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ฝ่ายตกมาอยู่อันดับ 12 โดยมีอยู่แค่ 14 คะแนน เท่านั้น

มาดูรายการผู้เล่น คริสตัล พาเลซ 4-4-1-1 :

  1. จูเลี่ยน สเปโรนี่ 
  2. มาร์ติน เคลลี่
  3. สก็ตต์ แดนน์
  4. ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ เปลี่ยนตัว เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาในนาทีที่ 36
  5. โจเอล วอร์ด 
  6. เจสัน พันเชี่ยน เปลี่ยนตัว เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ลงมาในนาทีที่ 76
  7. ไมล์ เยดินัค
  8. โจ เลดลี่ย์
  9. ยานนิค โบลาสซี่ เปลี่ยนตัว แบร์รี่ แบนแนน ลงมาในนาทีที่ 86
  10. มารูยาน ชามัคห์ 
  11. ดไวท์ เกล


ผู้เล่นสำรอง

  1. เวย์น เฮเนสซี่ 
  2. วิลฟรีด ซาฮา 
  3. เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ 
  4. แอนดรูวส์ จอห์นสัน


มาดูรายการผู้เล่น กลุ่มลิเวอร์พูล 4-2-3-1 :

  1. ซิมง มินโญเลต์ 
  2. ฆาบี มานกิโย่
  3. มาร์ติน สเคอร์เทล
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. เกล็น จอห์นสัน 
  6. โจ อัลเลน เปลี่ยน เอ็มเร่ ชาน ลงมาในนาทีที่ 74
  7. สตีเว่น เจอร์ราร์ด 
  8. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
  9. ฟิลิปป์ คูตินโญ่
  10. อดัม ลัลลาน่า เปลี่ยน ฟาบิโอ บอรินี่ ลงมาในนาทีที่ 71 
  11. ริคกี้ แลมเบิร์ต


ผู้เล่นสำรอง

  1. แบร๊ด โจนส์ 
  2. โคโล่ ตูเร่ 
  3. อัลแบร์โต้ โมเรโน่ 
  4. ลูคัส เลว่า 
  5. ลาซาร์ มาร์โควิช


กรรมการผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

ติดตามชมดูคลิป ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก


เดอะคล็อปป์ได้โผล่ชื่อนั่งแท่นกุนซือหงส์แทนบีร็อด




ซึ่งบีร็อด นั้นคงจักได้เก้าอี้ร้อน ภายหลังที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรากฏชื่อเตรียมนั่งแท่นบัลลังก์กุนซือใหม่ ฝ่ายหงส์แดง หลังผลงานโคตรแย่ เก็บชัยได้แค่ 2 นัดจาก 12 เกม

กับก็ดูเหมือนขาเก้าอี้กุนซือของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการหมู่ ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะเปิดกำแพงสั่นคลอนเสียแล้ว คราวล่าสุดมีรายงานว่า เหล่าหงส์แดง ได้วางตัว เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ของ กลุ่มโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พวกดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เข้ามาเสียบตำแหน่งแทน ภายหลังที่ บีร็อด นั้นเพิ่งพาหมู่บุกไปพ่าย ทีมคริสตัล พาเลซ ที่ ถิ่นเซลเฮิร์ทส์ พาร์ค 1-3 ครั้นเมื่อวันอาทิตย์ที่สร้างผ่านมา วันที่ 23 พฤศจิกายนที่ทะลวงมา

ซึ่งตารางบอลทีมหงส์แดง นั้นได้ออกสตาร์ทฤดูกาล 2014 - 2015 ได้อย่างย่ำแย่ เก็บชัยชนะได้แทบ 2 นัดเท่านั้นจากเกมลีก 12 นัดหลังสุด แถม 3 นัดล่าสุดจำนนรวดทั้งหมด รั้งอยู่ที่ 12 ของตาราง แข่ง 12 นัด มี 14 แต้ม

นั่นจึงทำให้แฟนๆ ชาวเดอะ ค็อป และเหล่าบรรดาเกจิลูกหนังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะล่าสุดมีรายงานเกิดขึ้นว่าทางบอร์ดบริหารของ เหล่าลิเวอร์พูล ได้วางแผนทาบทาม คล็อปป์ เข้ามาทำหน้าที่แทน ร็อดเจอร์ส หลังเจ้าตัวนั้นเคยออกมายอมรับว่าสนใจที่จักเข้ามาทำงานใน อังกฤษ

กับที่ก่อนหน้านี้ กุนซือใหญ่ทัพ พวกเสือเหระบือง ก็ได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องทำงานในแดนผู้ดีเอาไว้ว่า ผมคิดว่า อังกฤษ เป็นที่เดียวเท่านั้นที่ผมควรไปทำงาน ถัดจาก เยอรมัน ผมคิดว่า อังกฤษ นี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะมันเป็นประเทศเดียวที่ผมรู้จักภาษา ซึ่งการทำงานของผมมันจำเป็นต้องใช้ภาษาอย่างมาก ด้วยกันถ้าเกิดมีใครติดต่อผมมา มันก็น่าที่จักลองคุยดูนะ

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข่าวคราวฟุตบอลการรบพรีเมียร์ลีกพร้อมด้วยโปรแกรมบอลพรุ่งนี้

จับปลาหลายมือ?





ทางด้านฟุตบอลในโซนยุโรป หลักๆ ก็มี 3 รายการเหตุด้วยเหล่าใหญ่ ก็คือ

  1. ศึกบอลลีก
  2. ศึกบอลถ้วย
  3. ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


แต่ก็มีบางประเทศอย่าง 1.ฝรั่งเศส ด้วยกัน 2.อังกฤษ ที่มี 4 รายการ ขึ้นต้นซีซั่นมาได้ 3 เดือนแรก 4 บิ๊กโฟร์ อย่าง


  • ทีมอาร์เซน่อล
  • หมู่เชลซี
  • กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • ทีมลิเวอร์พูล 


ซึ่งก็ไม่ค่อยจักทำผลงานดีสักเท่าไหร่นักในทุกๆ รายการ เว้นก็แต่ พวกเชลซี ไว้หนึ่งหมู่

และเพราะว่าเฉพาะในเวทียุโรป ที่ทั้ง กลุ่มเรือใบ ด้วยกัน กลุ่มหงส์แดง แชมป์และรองแชมป์ลีกจนกระทั่งฤดูกาลที่ตัดผ่านมา ต่างทำให้แฟนบอลพันธุ์แท้ของทั้ง 2 กลุ่มนั้นกำลังปวดกระเพาะอาหารอยู่ เนื่องมาจากสถานการณ์รอบแบ่งกลุ่มไม่สู้ดีนัก




ตั้งต้นกันที่กรุ๊ปลิเวอร์พูลภายหลังได้พ้นเข้ามาเล่นชปล ในปีนี้ ก็พลอยทำให้ผลงานทั้งในลีกด้วยกันบอลถ้วยตกลงไปพอๆ กัน

กับเนื่องมาจากในปีนี้ ทางศึกพรีเมียร์ลีก ได้แบ่งมาให้ฟรีทีวีดูด้วย ก็เลยมีบางสัปดาห์ผมได้ดูฟอร์มเหล่าจากอังกฤษ ซึ่งก็ปริปากเลยว่า ป้อแป้ สุดฤทธิ์ ถามว่าพวกเขามีศักยภาพที่จักชนะทุกๆ เหล่าในกลุ่มตัวเองหรือไม่ไม่ แน่นอนว่า 100 เปอร์เซนต์คือมีแน่ๆ ด้วยว่าโอกาสที่จักชนะ

แต่ว่าคำถามตรงหน้าคือ พวกเขาพร้อมไม่ใช่หรือไม่ กับการเก็บ 3 คะแนนใน 6 เกมของรอบแบ่งกลุ่ม พูดได้เลยว่าไม่พร้อมอย่างแรง

พร้อมทั้งอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คิดเหมือนกัน ซึ่งผมได้นั่งคิดนอนคิดเกี่ยวกับผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของฝ่ายจากอังกฤษ ซึ่งปัญหามันน่าจะเริ่มทำมาจากจุดๆ เดียวกัน

ซึ่งนั่นก็คือโปรแกรมบอลเตะที่เกริ่นไปในข้างต้น ซึ่งผมมองว่านี่เป็นปัญหาหลัก ที่ทำให้กรุ๊ปจากอังกฤษ ไปได้ไม่ถึงฝัน ด้วยการที่พวกเขามีรายการให้เล่นมากกว่าประเทศอื่นหนึ่งรายการ บวกกับยุคคราวนี้ที่ไม่มีการทิ้งถ้วยไหนๆ เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ขนาด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการคณะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยพลีชีพด้วยการส่งเยาวชนลงทั้งพวกเพื่อทิ้งบอลถ้วยจนชาวบ้านชาวช่องด่ามาแล้ว ถึงขั้นบ้าจี้ทำตามอยู่หลายปี ด้วยการเอาสุทธิในบอลถ้วยตามกระแสของ เหล่าแมนฯ ซิตี้ พร้อมด้วย หมู่เชลซี ที่มีขนาดฝ่ายใหญ่ เป็นได้เปลี่ยนผู้เล่นทั้งชุดก็ยังดูเป็นชุดใหญ่ได้มาแล้ว

ก็เหนื่อยสิครับงานนี้ พร้อมด้วยสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นไม่ได้ดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการไหนๆ จนทำให้ฝ่ายเกือบพัง แฟนบอลในไทยเกือบปิดเฟซบุ๊คกันแทบไม่ทัน

สังเกตไหมครับว่าศึก แคปิตอล วัน คัพ Big4 แดนผู้ดีเล่นเอาแน่แท้เหมือนกัน แม้จักมีหมุนเอาสำรองลงบางตำแหน่ง กับมีถึง 2 กลุ่มที่เข้าถึงรอบ 8 หมู่สุดท้าย

ซึ่งผมนั้นก็ขอยกตัวอย่างสโมสร กรุ๊ปลิเวอร์พูล ที่กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศซื้อตัวเพื่อเอาไว้สับเปลี่ยนผู้เล่น ยามลงแข่งในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เจ้ากรรมดันโชคไม่ค่อยดี จับสลากมาอยู่กับ คณะเรอัล มาดริด แชมป์เก่า แถมมีทีมสุดอันตรายพร้อมทั้งประมาทไม่ได้อย่าง บาเซิ่ล อยู่ด้วย ทำให้งานมันดูยากขึ้นเหมือนกัน

เพราะที่หลายๆ ฝ่ายอาจจักมองว่าพวกเขา โชคไม่ดีที่ต้องไปอยู่กับเหล่าที่เหนือกว่าทั้ง หมู่เรอัล มาดริด แชมป์ปีที่แล้ว และแชมป์ 10 ยุค แต่ถ้าเจาะรายละเอียดลึกๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ปราชัยแล้วเล่นดีนี่สิ

ด้วยกันผลบอล 0 - 3 ในถิ่น แอนฟิลด์ ก็ทำให้ใครๆ ก็ต่างโจมตีว่ามาตรฐานระหว่าง คณะเรอัล มาดริด พร้อมกับ เหล่าลิเวอร์พูล มันต่างกันมาก

ซึ่งมันก็ยิ่งอยู่ที่ว่า กลุ่มราชันชุดขาว มีแนวรุกระดับโหดถึงขั้นทำเด็กร้องไห้ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเป็น พวกหงส์แดง ครั้นฤดูกาลที่พ้นมา ช่วงที่พวกเขาชนะติดต่อกัน 11 นัด เอาฟอร์มแบบนั้นมาเตะเกมดังกล่าว ทีมเรอัล มาดริด อาจจ๋อยกลับบ้านก็ได้



สู้ได้ดีกว่านัดแรก แม้จะจำนนชุดขาวไป 0 - 1

ซึ่งมันก็ไม่สามารถเป็นแบบนั้นได้ รวมถึงผลงานรายการอื่นของ เหล่าลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ดีเสียด้วยสิ มันเลยทำให้พ่ายพังพาบอย่างที่เห็นผลบอล 0-3 ทั้งๆ ที่มองกันว่า 11 ผู้เล่นตัวแท้จริงเกมดังกล่าว ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของกลุ่มเลยก็ว่าได้ จะขาดก็แต่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เท่านั้น

พร้อมทั้งบางคนบ่งบอกยังดีที่มันยังไม่ใช่เกมชี้เป็นชี้ตาย ถึง ฝ่ายหงส์แดง จำนนเกมนี้ ก็ยังมีอีก 3 นัดให้แก้ตัว แต่เจ้ากรรมจุดเปลี่ยนมันมาตั้งแต่นัดที่บุกไปพ่าย กลุ่มบาเซิ่ล 0 - 1 แล้วล่ะ เพราะแน่นอนว่าตามหน้าเสื่อ พวกเขาต้องลุ้นกับยอดกรุ๊ปจากสวิส เพื่อแย่งตั๋วรอบน็อคเอาต์อีกใบ

แต่ว่าสถานการณ์ คราวนี้มันยิ่งลำบางขึ้นอีกขั้น โชคดีที่ ทีมบาเซิ่ล ดันแพ้ ลูโดโกเร็ตส์ ในเกมที่ 3 ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากันที่ 3 คะแนน ยังได้ลุ้นยาวๆ ใน 3 เกมสุดท้าย แต่การที่จักต้องไปเยือน ถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เกม 4 คิดในแง่ร้ายไว้ก่อนว่าพวกเขาจะไม่ได้แต้มกลับไป พร้อมกับ คณะบาเซิ่ล จะชนะ พวกลูโดโกเร็ตส์ ได้ไม่ยาก

ซึ่งนั่นมันก็เป็นแบบนั้นแท้จริงๆ ที่พวกเขาจำนน คณะเรอัล มาดริด 0-1 พร้อมด้วย คณะบาเซิ่ล อัดไป 4-0 นำพวกเขา 3 แต้ม เหลือเลื่องอีก 2 นัด


พร้อมกับในอาทิตย์นี้ พวกเขานั้นต้องไปเจอกับ กลุ่ม เชลซี อีก นั้นทำให้ ตัวบีร็อด ต้องพักตัวหลักมันซะเลย


พร้อมทั้งนี่ก็กลายเป็นว่า ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นถ้วยเล็กๆไปแล้วสินะ แล้วหันไปเอาแน่ๆในลีกกับ แคปิตอล วัน คัพ ใช่ป่ะครับ??

อย่าทำเป็นเล่นนะครับ ในพวกสำรองที่มี

  1. โคโล่ ตูเร่
  2. ลูคัส
  3. โจ อัลเลน
  4. เอ็มเร่ ชาน
  5. อดัม ลัลลาน่า
  6. ลาซาร์ มาร์โควิช 
  7. ฟาบิโอ บอรินี่ 


แต่ว่ากลับปราชัย หมู่ชุดขาว แทบ 0 - 1 !!!!

ซึ่งวิเคราะห์บอลเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ ตัวผมมั่นใจว่า เพราะว่ารูปเกมบอกให้ทราบได้เลยว่า สู้ไม่ได้ ชัดเจน แต่มองในแง่ดีคือการได้กองหลังที่ยังดูไว้ใจได้อย่าง ตูเร่ ผู้พี่ คอยแก้ขัดเวลาเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ หมายถึงเอาลงเล่นบอลถ้วย อีกคนที่ต้องซูฮกด้วยกันรอบรู้หักหน้านักวิจารณ์หลายๆ คนได้ คือฟอร์มของ ซิมง มิโญเล่ต์ ด้วยการที่เพื่อนร่วมทัพหน้าเขา 10 คนปั้นให้ขนาดนี้ รองลงไปความมั่นใจคงมาเต็มเปี่ยม




เกมในนัดนี้พี่เจิดเป็นได้แค่ผู้ชมข้างสนามเท่านั้น


พร้อมทั้งนอกจากนี้ ตัวของบีร็อด ยังสติแตกถึงขั้นดรอป เจอร์ราร์ด ไว้ข้างสนาม ทั้งๆ ที่เจ้าตัวประกาศอำลาพวกชาติเพื่อจักมาเล่น ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้สถิติเฉลี่ยออกมาจักดูเหมือนว่าทีมไม่มี กัปตันเจิด จะดูผลงานดีกว่าตอนมีอยู่ก็เถอะ มันก็เป็นตรรกะบางอย่างเท่านั้น แต่รูปเกมในสนามสิสำคัญ มี เจิด ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว ถูกมั๊ย แฟนหงส์

แล้วคำถามหลังจากนี้คือ

  • ประการแรก ฝ่ายลิเวอร์พูล เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรรองลงไป. 
  • ประการที่สอง ซึ่งการที่ไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว ทำให้พวกเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้เลยไม่ก็. 
  • ประการที่สาม การที่เอานักเตะตัวหลักที่ฟอร์มไม่ดีไปพัก จักได้ผลในเกมกับ กลุ่มเชลซี ไม่ก็ไม่. 
  • ประการที่สี่ ในเกมนัดชี้ชะตากับ ทีมบาเซิ่ล ในนัดสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร. 
  • ประการที่ห้า พวกลิเวอร์พูล นั้นจะเข้ารอบ 16 กรุ๊ปสุดท้ายไม่ใช่หรือไม่. 
  • ประการที่หก แล้วแชมป์ลีกล่ะ. 
  • ประการที่เจ็ด ทีมนั้นจักยังเก่งเบียดขึ้นไปลุ้นได้อยู่เหรอเปล่า.
  • ประการที่สุดท้าย ด้วยกันใครที่จะเข้ามาอุดรอยที่ ซัวเรซ ได้. 


ซึ่งคำถามตามมามากมากๆ

ในทุกสิ่งทุกอย่างจักได้คำตอบในไฮไลท์ฟุตบอลเร็ววันนี้ครับ แม้พวกเขายังจับปลาหลายๆ มืออยู่ เน้นทุกถ้วย ไม่ว่าจัก

  • ศึกเกมลีก
  • ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ศึกแคปิตอล วัน คัพ 
  • ศึกเอฟเอ คัพ 

ซึ่งกำลังจะเตะปีหน้า นั่นจักทำให้พวกเขาพังแน่นอน เพราะว่าหลายๆ ฝ่ายก็พังมาแล้ว จักมาหวังให้เป็นเหมือน พวกปีศาจแดง ในปี 99 มันก็คนละยุคสมัยกัน ฟุตบอลยุคนี้ทำแบบนั้นได้ยากแล้ว แต่ถ้าพวกเขาเเลื่องกที่จะทิ้งอะไรสักอย่างไป อาจจะทำให้บางอย่างที่เขาถืออยู่ ได้ของที่ล้ำค่ามาก็เป็นได้

เพราะว่าจักต้องมาพบเกมกับ คณะเชลซี วันเสาร์นี้ น่าจักทำให้เห็นอะไรได้หลายอย่างแล้ว เหตุด้วยแนวทางถัดของ ร็อดเจอร์ส

พร้อมกับท้ายนี้ ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ครับ พี่แกเป็นนักเตะฝ่ายต้องโอ๋ อย่าไปจวกไปสับเขา แล้วเดี๋ยวจะเล่นดีเอง

กับเหตุผลของการดรอป เจอร์ราร์ด มองในแง่ดี อาจจะทำให้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ในเกมวันเสาร์ กู้หน้าจากที่เคยลื่นทำถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก หลุดมือตราบปีที่แล้วก็เป็นได้

ซึ่งถ้าหากจักมาปิดโอกาสการประสบความสำเร็จของ พวกลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ต้องแสดงเลยว่าอย่าเพิ่งนะครับ ก็เพราะว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นเหล่าที่อันตราย แม้ช่วงนี้จักขาลง แต่ลงก็ต้องมีขึ้น อยู่ที่ว่าเขาจักเระบือก เปลื้องและจับอะไร แต่ถ้าจับไว้หมดล่ะก็

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลตรงนี้ ปืนใหญ่ยึดกุมแชมป์ค่าตั๋วมีราคาที่สุดในที่ลีก

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ปืนใหญ่ครองชมค่าตั๋วแพงที่สุดในลีก




ขายตั๋วหรือไม่ก็ขายอะไรกันเนี่ย? ล่าสุดทางสำนักข่าว BBC ได้ออกมาเปิดปากผลสำรวจราคาตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของแต่ละทีมในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เพราะราคาตั๋วที่แพงที่สุดในในเวลานี้เป็นของทางด้านคณะ อาร์เซน่อล โดยค่าจะอยู่ที่คร่าวๆ 5,335 บาท พร้อมด้วยตั๋วที่ถูกสุดเป็นของหมู่ นิวคาสเซิ่ล โดยมูลค่าตั๋วจะอยู่ที่เกือบ 825 บาท

ซึ่งราคาของตั๋วที่จักเข้าชมศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในนัดต่างๆ นั้น เหล่าที่ครองอันดับสนนราคาตั๋วที่แพงที่สุดก็คือพวก อาร์เซน่อล พร้อมทั้งเป็นค่าที่เรียกได้ว่า แพงที่สุดใน 20 คณะของลีก เพราะว่าข้อมูลนี้ทางสำนักข่าว BBC ได้ทำการสำรวจข้อมูลสถิติราคาของตั๋ว ซึ่งผลที่ได้ออกมาคือคณะปืนใหญ่ อาร์เซน่อลนั้นมีการจำหน่ายค่าบัตรเข้าชมฟุตบอล มูลค่าที่สูงที่สุดอยู่ที่ ใบละ 97 ปอนด์ หรือไม่ประมาณเป็นงินไทยอยู่ที่ ใบละ 5,335 บาทเลยทีเดียว

พร้อมทั้งจากการที่ทาง BBC ได้ออกมาปูดข้อมูลล่าสุดนี้ ทำให้พบข้อมูลในอดีตว่าพวกที่ยังมีอันดับการจำหน่ายตั๋วแพงที่สุดก็ยังคงเป็นคณะ อาร์เซน่อล เช่นเดิม ถึงแม้ว่าจะมีการลดราคามาแล้วจากฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ได้จำหน่ายในราคา 126 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยประมาณการ 6,930 บาท ทั้งยังครองอันดับตั๋วเข้าชมรายปีแพงที่สุด ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 2,013 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยคร่าวๆ 110,000 บาท ส่วนมูลค่าที่ถูกที่สุดนั้นอยู่ที่ 1,014 ปอนด์ ไม่ใช่หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 55,770 บาท

กลับกันในขณะที่ สโมสรที่มีมูลค่าตั๋วในแต่ละเกมส์ที่ถูกที่สุดนั้นเป็นของกลุ่ม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งได้จำหน่ายในมูลค่าที่ถูกที่สุด อยู่ที่ใบละ 15 ปอนด์ หรือไม่ก็คิดเป็นเงินไทยคาดคะเน 825 บาท ส่วนทางด้านของแชมป์เก่าในฤดูกาลที่แล้วอย่างฝ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียกได้ว่าเป็นกรุ๊ปที่จำหน่ายตั๋วรายปีถูกที่สุด ค่าอยู่ที่ 229 ปอนด์ ไม่ใช่หรือคิดเป็นเงินไทยคาดว่า 12,595 บาท

อันดับรายการ 5 หมู่แรกของศึกพรีเมียร์ลีก ที่มีค่าตั๋วแพงที่สุด

  1. อาร์เซน่อล อยู่ที่ใบละ 97 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยหมาย 5,335 บาท
  2. เชลซี อยู่ที่ใบละ 87 ปอนด์ ใช่ไหมคิดเป็นเงินไทยหมาย 4,785 บาท
  3. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยู่ที่ใบละ 81 ปอนด์ หรือไม่คิดเป็นเงินไทยเกือบๆ 4,455 บาท
  4. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อยู่ที่ใบละ 75 ปอนด์ ใช่ไหมคิดเป็นเงินไทยคร่าวๆ 4,125 บาท
  5. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส อยู่ที่ใบละ 70 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยกะ 3,850 บาท

เห็นค่าตั๋วแบบนี้แล้วแฟนบอลชาวไทยอย่างเราๆ คงจะคิดว่า ไปดูที่ลานเบียร์ดีกว่ามั้ง ประหยัดตังไปได้หลายบาทเลยทีเดียว แต่ถ้าสมมติใครที่ปรารถนาได้รับความมันส์แบบติดขอบสนามก็คงต้องขอย้ำเตือนว่า โชคดีเดินทางปลอดภัย ซื้อของมาฝากด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ เกี่ยวกับวันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
ติดตามข่าวฟุตบอล วิเคราะห์ผลบอล ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ผลบอล เพิ่มเติมได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอล: มาพิจารณาที่สุดสิ่งศึกพรีเมียร์ลีก 7 นัดดั้งเดิมกันดีกว่า

วิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ ที่สุดของที่สุดในช่วงเริ่มทำออกสตาร์ต




ในเกมส์ฟุตบอลสุดอาทิตย์นี้บรรยากาศของพรีเมียร์ลีกจักกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ ภายหลังที่ได้พักยาวมาถึงสองอาทิตย์เพื่อหลีกทางให้โปรแกรมบอลทีมชาติ เพราะว่าแต่ละพวกจักต้องลงมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ทันทีที่พ้นพ้นอีก 31 นัดต่อจากนี้

พร้อมด้วยเพราะการขับเคี่ยวกันในช่วงออกสตาร์ตของฤดูกาลกาลนี้ก็ได้ผ่านไปแล้ว 7 นัดแรก ซึ่งก็พอจักทำให้มองเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าหน้าตาของฤดูกาลนี้น่าจักออกมาเป็นยังไงบ้าง พร้อมกับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนได้หยิบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นที่สุดๆ จากช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนี้มาให้ดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง





1.นักเตะที่เด่นที่สุด: ดิเอโก้ คอสต้า


เกี่ยวกับการเสริมทัพของเชลซีในซัมเมอร์นี้ดูจักลงล็อกไปหมด ทั้ง 1.ติโบต์ กูร์กตัวส์, 2.เชส ฟาเบรกาส พร้อมด้วย 3.ดิเอโก้ คอสต้า ที่ต่างก็เคลื่อนมาพร้อมด้วยโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น พร้อมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพาสิงโตสีครามทะยานขึ้นจ่าฝูงแบบนำโด่ง

ซึ่งตัวของคอสต้าคือคนที่เข้ามาอุดช่องโหว่ หรือเข้ามาแก้ปัญหาที่เคยเจอจากฤดูกาลก่อน ให้กับพวกของ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างแท้แน่ๆ ด้วยการทำประตูได้อย่างต่อเนื่องพร้อมด้วยเป็นกอบเป็นกำถึง 9 ลูก เข้าไปแล้วเฉพาะในลีก และผลงานของเขาก็โดดเด่นเกินหน้าเกินตาดาวเตะทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่คนไหนๆ จนถึงปัจจุบันนี้





2.เป็นเกมที่หักมุมที่สุด :  พวกเลสเตอร์ 5-3 หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ซึ่งภายหลังชนะนัดแรกในฤดูกาลได้ในเกมที่ 4 ด้วยการเปิดบ้านไล่ทุบ พวกควีนส์ปาร์ค 4-0 ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำท่าเหมือนจักเรียกความมั่นใจกลับมาได้

และคราวยกพลไปเยือนอีกหนึ่งน้องใหม่อย่าง กรุ๊ปเลสเตอร์ในเกมถัดไป ฝ่ายปิศาจแดงที่คับคั่งด้วยซูเปอร์สตาร์ทั้งเก่าและใหม่ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าด กับขึ้นนำผลบอล 2-0 อย่างรวดเร็ว ก่อนขยับหนีไปเป็น 3-1 อีกก่อนที่ทุกอย่างจะพลิกผัน เมื่อเสียจุดโทษแบบโชคร้ายโดนไล่มา และโดนตีเสมออีกอย่างรวดเร็ว

โดยหลังจากนั้นทุกอย่างก็ปั่นป่วนไปหมดเพราะว่าผีแดง ก่อนจักโดนแซงขึ้นนำ 4-3 พร้อมทั้งเหเล่าลือผู้เล่น 10 คน ในช่วงท้ายเกมจนโดนประตูที่ 5 ปิดท้าย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 853 นัดที่ กลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ดลงเตะพรีเมียร์ลีกมา ที่ ยอมให้การขึ้นนำ 2 ประตู กลับมาเป็นความพ่ายพ่ายได้





3.เป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ที่สุด: กรุ๊ปเซาธ์แฮมป์ตัน


กลุ่มเซาธ์แฮมป์ตันได้เสียดาวดังของหมู่ไปเป็นกระบิในช่วงซัมเมอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการกรุ๊ป พร้อมด้วยทำท่าว่าจักได้รับผลกระทบเต็มๆ

โดยหลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน ได้นำทีมออกสตาร์ตนัดแรกด้วยความพ่ายพ่ายแพ้ ด้วยกันในนัดต่อมาก็ทำได้แค่เสมอ

แต่เมื่อได้นักเตะใหม่อย่างกราเซียโน่ เปลเล่ เริ่มที่จะติดเครื่องได้ในการเข้ามาแทนที่ ริคกี้ แลมเบิร์ต ขณะที่ ดูซาน ทาดิช ก็ได้เข้ามารับหน้าที่สร้างสรรค์เกมแทน อดัม ลัลลาน่า ที่จากไป หมู่นักบุญก็โหมโรงต้นโชว์ฟอร์มได้อย่างไหลลื่นเหมือนเดิม หรือไม่ก็อาจจะมากกว่าเดิม จนทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางแล้ว หลังชนะติดต่อกันถึง 4 นัด ก่อนจะเพิ่งพ่ายอีกครั้งในเกมล่าสุด





4.เป็นหมู่ที่เดี้ยงเยอะแยะที่สุด: คณะอาร์เซนอล


ซึ่งทางด้านของ แชด ฟอร์ไซธ์ สตาฟฟ์โค้ชด้านฟิตเนสของเยอรมัน อำลาทีมแชมป์โลกมาร่วมงานกับคณะอาร์เซนอลในซัมเมอร์นี้

กับกลับกลายเป็นว่าหมู่ปืนใหญ่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัญสมมตารบาดเจ็บของนักเตะอื้อซ่าเหมือนเดิม หรือไม่อาจจักอย่างยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ซึ่งครั้นเมื่อดาวดังหลายคนเดี้ยงกันตั้งแต่ต้นซีซั่น จนต้องพักยาวบ้างสั้นบ้างมาเกือบครบตัวหลักๆ แล้ว พร้อมด้วยอาจจะมีส่วนทำให้ผลงานของหมู่ไม่เปรี้ยงอย่างที่คาดหวังไว้ พร้อมทั้งยังอยู่แทบอันดับ 8 ของตารางเท่านั้น จากการชนะแค่ 2 จาก 7 นัดแรก





5.เป็นซีนที่ดราม่าที่สุด: พอแฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงประตูทีมเชลซี


เหล่าเชลซีชนะถึง 6 จาก 7 นัดแรกในฤดูกาลนี้ เพราะเกมเดียวที่เสมอคือนัดที่ไปเยือน ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

นัดนี้ฝ่ายสิงห์ครามเกือบจะเอาชนะ พวกแชมป์เก่าได้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกไม่ยอมรับโอกาสนั้นเพราะ แฟรงค์ แลมพาร์ด นักเตะที่เคยสร้างสถิติไว้กับคณะมากมาย ก่อนจะถูก วางธุระตัวออกไปในซัมเมอร์นี้

โดยมิดฟิลด์วัย 36 ปี ได้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองให้ ฝ่ายเรือใบสีฟ้า ซึ่งหยิบยืมตัวเขามาจาก เหล่านิวยอร์ก ซิตี้ ต้นสังกัดใหม่ในเมเจอร์ลีก พร้อมกับได้ยิงประตูตีเสมอฝ่ายเก่าของตัวเองได้ก่อนหมดเวลา 5 นาที กับเป็นไปตามธรรมเนียที่เจ้าตัวจักไม่แสดงความดีใจออกมา

เพราะว่าท่านศักยติดตามชม ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติมได้เลย


ที่มา: http://footballclubpza.blogspot.com/

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมบอล: วิพากษ์งานวิเคราะห์ผลบอลสไตล์สิ่ง รอย คีน

วิพากษ์วิจารณ์สไตล์ รอย คีน





เพื่อหน้าข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์อังกฤษ ในช่วงต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็คงไม่มีประเด็นไหนชิงพื้นที่สื่อได้มากเท่ากับเนื้อหาในหนังสืออัตชีวประวัติบุคคลเล่มที่สองในชีวิตของ รอย คีน อดีตกัปตันพวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกนำออกมาพูดแพร่ให้ได้ชิมลางกันเป็นน้ำจิ้ม ก่อนที่หนังสือที่ชื่อว่า The Second Half ของเขาจะวางขายอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีนี้

ตัวของรอยคีน 43 ปี เพราะที่ในปัจจุบันนั้นมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยโค้ชของกรุ๊ปชาติไอร์แลนด์พร้อมทั้ง กรุ๊ปแอสตัน วิลล่า ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็น คนโผงผาง พร้อมทั้ง อารมณ์ร้อน มาแต่ไหนแต่ไร จนทำให้เขาต้องแยกทางกับปิศาจแดงแบบจบไม่สวยในปี 2005 หลังจากที่ได้เปลี่ยนที่มาร่วมเหล่าตั้งแต่ปี 1993 พร้อมด้วยเป็นกำลังสำคัญของกรุ๊ปมาตลอด รวมถึงได้สวมปลอกแขนกัปตันคณะต่อจาก เอริก คันโตน่า ด้วย

เนื่องด้วยเนื้อหาเด็ด ๆ ในหนังสือฉบับนี้ของคีนคงหนีไม่พ้นการแฉวิเคราะห์บอลพร้อมด้วยดับเครื่องชนทั้งอดีตกุนซืออย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พร้อมทั้ง อดีตเพื่อนรวมกรุ๊ป พร้อมด้วยนี่คือส่วนหนึ่งของเนื้อหาแสบๆ คันๆ ที่มาจากมุมมองพร้อมด้วยความเห็นของคีโน่


รอย กล่าวถึง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน




ถ้าต่างว่าเขาทำดีด้วย ผมจักคิดทันทีว่า นี่ต้องเป็นเรื่องของผลประโยชน์แน่ ซึ่งเขากระหายความสำเร็จและไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร การไม่อ่อนโยนกับใครคือจุดเด่นของเขา กลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่ใหญ่กว่าทีมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์มาก แต่ความเย็นชาของเขาก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ในฐานะผู้จัดการทีมแล้ว ผมทะเยอทะยานเอาความอ่อนโยนของไบรอัน คลัฟกับความเฉียบขาดของเฟอร์กูสันมาผสมกัน แต่แน่นอนว่าต้องใส่ตัวตนของผมลงไปด้วยนะ



รอย กล่าวถึง กลุ่มคลาสออฟ 92



เพราะว่าคณะฟุตบอลชุดคลาสออฟ 92 นั้นเป็นนักเตะที่ดี แต่บทบาทของพวกเขาที่มีต่อสโมสรถูกยกยอจนเกินแท้ไปหน่อย โดยคลาสออฟ 92 ดูเหมือนจักมีชื่อเสียงเฉพาะตัว กลายเป็นเหมือนยี่ห้อสินค้า เหมือนกับเป็นอีกทีมหนึ่งในทีมของเรา กับพวกเขาก็เหมือนจักชอบซะด้วย แต่เราทั้งหมดต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน เราทั้งหมดต่างก็มีความกระหายเหมือนกัน





รอย กล่าวถึง พอล สโคลส์




ด้านของสโคลซี่เป็นสุดยอดนักเตะยิ่งๆ แต่ผมไม่ค่อยปลื้มกับภาพลักษณ์ความเป็นคนที่แสนจักติดดินของเขาเท่าไหร่นัก เขามีด้านอื่นๆ อีกอื้อซ่า แต่ทุกคนดูเหมือนจะคิดว่าเขายังอยู่แฟลตของรัฐบาลอยู่เลยมั้ง


รอย กล่าวถึง ปีเตอร์ ชไมเคิล




ตัวผมเองเคยมีเรื่องกับ ปีเตอร์ ตอนที่ได้ออกทัวร์ปรีซีซั่นครั้งปี 1998 คิดว่าน่าจักเป็นที่ประเทศฮ่องกงนะ ความเมาก็มีส่วนแหละ เขาเล่าว่า ฉันเริ่มเบื่อนายเต็มทีแล้ว เราต้องมาเคลียร์กันซักหน่อย

ผมก็เลยเผยว่า ได้เลย แล้วเราก็ซัดกันนัว ผมตื่นมาวันรุ่งขึ้นแล้วจำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก รู้แต่ว่ามือผมช้ำแล้วนิ้วก็ซ้น

ตอนนั้นเจ้านายด่าเราเละ ตอนที่อยู่บนรถบัส แล้วก็มีคนพูดเรื่องที่ผมกับปีเตอร์ทะเลาะกันที่โรงแรมให้ฟัง ตอนนั้นนิคกี้ บัตต์บอกผมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปีเตอร์คว้าคอผมแล้วผมก็เฮดบัตต์เขา ภายหลังนั้นเราก็ชุลมุนกันอยู่นาน



รอย กล่าวเรื่องการไม่ตรวจ ยาโด๊ปของ ริโอ เฟอร์ดินานด์




ซึ่งเขาเองนั้นก็ได้รับผลเสียจากเรื่องนี้พร้อมด้วยหมู่ก็เช่นกัน ถ้าผมเป็นเขา และหมอเจรจาว่าผมต้องไปตรวจโด๊ป ผมก็คงจักไปตรวจ มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่เราจักลืมกันได้ง่ายๆ

ด้วยกันมันไม่ใช่การไปรับจดหมายที่ไปรษณีย์ หรือลืมเอารองเท้ามา

ซึ่งในตอนที่หมอตรัสว่าคุณต้องไปตรวจโด๊ปนะ มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันอยู่ทุกวัน แต่ก็ยังมีบางคนขี้ลืมได้อย่างเหลือเลื่องเชื่อ

ตัวผมไม่ได้มองว่าริโอมีเหตุผลอะไรซ่อนเร้นนะ ผมคิดว่าเขาลืมเป็นแน่แท้ๆ ด้วยกันเราก็ต้องชดใช้ เขาเป็นนักเตะที่เก่งมากคนหนึ่งด้วยกันเราก็ขาดเขาไป โดยเฉพาะในครึ่งหลังของฤดูกาลตอนที่การขับเคี่ยวเป็นไปอย่างเข้มข้น



รอย กล่าวถึง คริสติอาโน่ โรนัลโด้




ในนัดที่เราไปเตะกับสปอร์ติ้ง ลิสบอนเพื่อฉลองเปิดสนามศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกใหม่ของพวกเขา ผมได้เห็นว่าโรนัลโด้เล่นได้แจ๋วแค่ไหนในวันนั้น เขาต้องดวลกับจอห์น โอเชีย พร้อมด้วยทำเอาเชียซี่แทบต้องขอยาแก้ปวดหัวกินในช่วงพักครึ่ง ก็เพราะว่าตาลายกับลีลาการสับขาหลอกของเขา

ภายหลังที่สโมสรบรรลุข้อตกลงซื้อขายเขาเลยหลังเกมนั้น เรายังอำกันอยู่เรื่อยๆ ว่านักๆ แล้วเชียซี่คือคนที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้น ด้วยการเล่นได้ห่วยแตกมากในเกมนั้น

ส่วนตัวผมชอบโรนัลโด้ตั้งแต่แรกเลย เขามีความมุ่งมั่นพร้อมด้วยทัศนคติที่ดี พอได้เห็นเขาซ้อมแค่ไม่กี่วัน ผมคิดเลยว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในอนาคตแน่

ด้วยกันเขาเพิ่งจะอายุแค่ 17 ปีแต่กลายเป็นนักเตะที่ขยันซ้อมที่สุดคนหนึ่งในกลุ่มทันที เขารูปหล่อพร้อมทั้งเขาก็รู้ตัวด้วย พอมองดูนักเตะคนอื่นๆ ในกระจก ผมคิดว่าพวกแกนี่หุ่นไม่ได้เรื่องเลย แต่โรนัลโด้ดูใสซื่อพร้อมทั้งดูดียิ่งๆ




รอย กล่าวเรื่อง การขัดแย้งกับตัว คาร์ลอส คีรอซ





ซึ่งผมได้หมายเขาว่า อย่าสะเออะ มาพูดกับผมเรื่องความจงรักภักดีนะคาร์ลอส จนถึงไม่กี่ปีก่อนคุณเพิ่งทิ้งหมู่นี้เพื่อไปดูแลเรอัล มาดริดภายหลังอยู่ได้แค่ 12 เดือน อย่าบังอาจมาสงสัยเรื่องความจงรักภักดีของผม ผมเคยมีโอกาสจักได้ยักย้ายไปยูเวนตุสพร้อมด้วยบาเยิร์น มิวนิคมาแล้ว




รอย กล่าวถึง จุดแตกหักกับ พวกแมนฯ ยูไนเต็ด





ตัวผมนั้นเพิ่งรู้มาไม่กี่วันก่อนว่าสโมสรพยายามจะเขี่ยผมทิ้ง ผมบอกเล่ากับเฟอร์กูสันว่า ผมจักขอไปเล่นให้กรุ๊ปอื่นได้มั้ย? ซึ่งเขาก็แสดงว่า ได้เลย ก็เพราะว่าเราจะฉีกข้อผูกพันนายทิ้งอยู่แล้ว ผมเลยคิดว่า ได้เลย ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง

ในตอนนั้น ผมรู้ว่าหลายหมู่นั้นจักติดต่อมาแน่ถ้าข่าวนี้ออกไป ผมเลยประภาษไปว่า งั้นผมคิดว่าเราคงต้องจบกันแค่นี้แล้วล่ะ ตอนนั้นผมแค่คิดว่าไอ้พวกงี่เง่าเอ๊ย แล้วผมก็ยืนขึ้นพร้อมด้วยพูดว่า โอเค งั้นผมไม่อยู่ต่อ




ทำได้ติดตามชม ไฮไลท์ฟุตบอล ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด ผลบอล ได้ที่ http://footballclubpza.blogspot.com/


วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ข้อมูลตารางบอลพอโด้เปิดปาก อีกต่างหากมีความสำราญดีกับกลุ่มชุดขาว

แฟนผีมีเงิบ! หลังโด้เปิดปากยังสุขีกับหมู่ชุดขาว



เนื่องด้วยแฟน ผี คงจักวิมานพังกลางอากาศ ! ภายหลังที่โรนัลโด้ ยืนยันยังคงมีความสุขดีกับคณะ ชุดขาว ยอมรับรู้สึกดีที่แฟนๆ ยังนึกถึง ถึงขั้นจ้างเครื่องบินแขวนป้ายเรียกกลับ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ภายหลังที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตำแหน่งปีกระดับพระกาฬของฝ่าย เรอัล มาดริด กรุ๊ปยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ยืนยันยังคงมีความสุขดีในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว พร้อมด้วยยังไม่คิดย้ายกรุ๊ปไปไหน หลังจากที่ตกเป็นข่าวเอิกเกริกว่าจะเคลื่อนย้ายกลับอดีตต้นสังกัดฝ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อยู่ตลอดในช่วงหลัง ถึงขั้นที่แฟนบอลพวก ปีศาจแดง ลงทุนจ้างเครื่องบินติดป้ายมีข้อความว่า กลับบ้านเถอะ โรนัลโด้ บินเหนือเกมที่กลุ่ม ราชันชุดขาว บุกไปเยือนคณะ บียาร์เรอัล ในเกมลีกทันทีที่สุดอาทิตย์ที่ลอดมา




ซึ่งทางดาวเตะกัปตันเหล่าชาติโปรตุเกส ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ มาร์ก้า ที่เป็นสื่อดังในแดนกระทิงดุต่อการที่แฟนฟุตบอล พวกปีศาจแดง เรียกร้องให้กลับไปกอบกู้ฝ่ายที่ผลงานตกต่ำเหตุเพราะอดีตกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปว่า ผมเคยแจ้งให้ทราบอยู่เสมอว่าผมมีครอบครัวอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ แต่โอกาสนี้ผมมีความสุขดีด้วยกันผมยังคงต้องการอยู่ที่นี่ ผมประทับใจที่แฟนบอลยังคงนึกถึงผมอยู่เสมอ แต่ผมยังมีความสุขดีที่นี่



และเพราะว่า โรนัลโด้ นั้นได้กลายเป็นตำนานดังของคณะ ราชันชุดขาว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะเพิ่งขนย้ายจากหมู่ ปีศาจแดง มาร่วมหมู่คราวปี 2009 เท่านั้น ด้วยการขึ้นทำเนียบดาวยิงของสโมสร

โดยยิงไปทั้งสิ้น 266 ประตูจากการลงสนาม 256 นัด ซึ่งเฉลี่ยได้เกมละ 1.04 ประตู เลยทีเดียว

พร้อมทั้งสถิติดังกล่าวตามหลังดาวซัลโวสูงสุดของทีมอย่าง ราอูล กอนซาเลซ อยู่ 57 ประตูด้วยกัน





ขอบคุณข้อมูลจาก Sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เอเชียนเกมส์ 2014การรบฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2014 รอบฉกเหรียญทองแดง ไทย เห็น อิรัก

รายงานสด! ศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2014 

รอบชิงเหรียญทองแดง “  ไทย พบ อิรัก ”



วิเคราะห์ผลบอลรายงานสดฟุตบอลชายเอเชียนเกมส์ 2014 รอบชิงเหรียญทองแดง ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ กรุ๊ปชาติอิรัก แข่งที่สนามอินชอน สเตเดี้ยม ประเทศเกาหลีใต้



เพราะภายหลังที่เริ่มต้นมาได้ 3 นาที เป็นฝ่ายอิรักที่ได้ทักทายฝ่ายไทยก่อน จากจังหวะที่กองหลังไทยผิดพลาดให้บอลผ่านมาถึง ยูนิส มาห์มูด กองหน้าตัวเก๋าของกรุ๊ปได้วางเท้ายิงโล่งๆในกรอบเขตโทษ โชคยังดีที่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าหวาดเสียว



ด้วยกันในนาทีต่อมาเหล่าไทยบุกกลับ ซึ่งเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าตัวเก่งได้ยิงในกรอบ 6 หลาจากลูกชุลมุน แต่ไม่เต็มเท้าเท่าไร ผู้รักษาประตูอิรักเลยคว้าไว้ได้

โดยที่ช่วงเวลาที่เหโจษ ทั้งสองกรุ๊ปเปิดเกมบุกใส่กันอย่างสนุก ถึงแม้ว่ากลุ่มอิรักจักดูวูบวาบกว่า แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่เฉียบคมพอที่จะเป็นประตู จบครึ่งแรก ผลบอลเสมอกันอยู่ 0-0

ในนาทีที่ 57 มาห์มูด ได้ลองยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลข้ามคานไปไม่ไกล



พร้อมด้วยแล้วหมู่อิรักมาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะลูกเตะมุมนาทีที่ 62 เป็น มาห์มูด คนเดิมที่โหม่งเสียบเสาสองเข้าไป

ในนาทีที่ 79 ชารีล ชัปปุยส์ กองกลางตัวเก่งของไทยได้โอกาสยิงไกล 25 หลา บอลพุ่งได้ลุ้นแต่ยังไม่ดีพอที่จักทะลุทะลวงมือผู้รักษาประตูอิรัก

ซึ่งกรุ๊ปไทยน่าได้ประตูตีเสมออีกครั้ง จาก อดิศักดิ์ ได้ตั้งป้อมยิงโล่ง ๆ ตรงเส้นกรอบเขตโทษ แต่กดไม่ลง บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

โดยในช่วงเวลาที่เหเลื่องลือ หมู่ชาติไทยเปิดเกมบุกอย่างหนักหวังตีเสมอให้ได้ อิรักทำได้แค่ตั้งรับด้วยกันรอสวนกลับเท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น

ทำให้จบเกม ทีมอิรัก ชนะ ฝ่ายไทย ไป 1 - 0 คว้าเหรียญทองแดงไปครอง ส่วนกรุ๊ปชาติไทยได้อันดับ 4



มาดูระเบียน 11 ผู้เล่นตัวครันฟุตบอลเหล่าชาติไทย :

  1. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์. ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู พร้อมด้วย กัปตันฝ่าย
  2. พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา
  3. ธนบูรณ์ เกษารัตน์
  4. ชิติพัทธ์ แทนกลาง
  5. นฤบดินทร์ วีระวัฒโนดม
  6. ปกเกล้า อนันต์
  7. ชารีล ชัปปุยส์
  8. เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
  9. นูรูล ศรียานเก็ม
  10. ชนาธิป สรงกระสินธ์
  11. อดิศักดิ์ ไกรษร

ขอบคุณข้อมูลจาก >>> http://footballclubpza.blogspot.com/2014/10/2014_2.html

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

UFA วิเคราะห์บอลศึก ฟุตบอลยูฟ่า แชเปี้ยนลีก กลุ่มบาเยิร์น มิวนิค VS ทีมแมนฯ ซิตี้


  • แข่งฟุตบอลกลุ่มอี
  • 1.บาเยิร์น มิวนิค VS 2.แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • แข่งวัน: พุธที่ 17 กันยายน 2557
  •  เวลาแข่ง: 01.45 นาฬิกา
  • สนามแข่ง : อัลลิอานซ์ อารีน่า
  • กรรมการผู้ตัดสิน: อัลเบร์โต้ มาเญนโก้ ประเทศสเปน
  • สภาพอากาศ : 15-18 °C, มีเมฆบางส่วน
  • ช่องถ่ายทอดสด :  TrueSport 1

ด้วยว่าโปรแกรมบอลผลการพบกัน 2 นัดหลังสุด ท้าย

  1. วันที่ 10-12-2013 UFA ฝ่ายบาเยิร์น 2 – 3  คณะแมนฯ ซิตี้
  2. วันที่  2-10-2013  UFA หมู่แมนฯ ซิตี้ 1 – 3 พวกบาเยิร์น

ตารางบอลผลงาน 5 นัดหลังสุด
เหล่าบาเยิร์น

  1. วันที่ 13-9-2014 ผล ชนะ พวกสตุ๊ตการ์ท ผลบอล 2-0 (เป็นหมู่เหย้า)
  2. วันที่ 30-8-2014 ผล เสมอ พวกชาลเก้ ผลบอล 1-1 (เป็นกรุ๊ปเยือน)
  3. วันที่ 22-8-2014 ผล ชนะ กรุ๊ปโวล์ฟสบวร์ก  ผลบอล 2-1 (เป็นหมู่เหย้า)
  4. วันที่ 17-8-2014 ผล ชนะ พวกพรอยส์เซ่น ผลบอล 4-1 (เป็นกรุ๊ปเยือน)
  5. วันที่ 13-8-2014 ผล จำนน หมู่ดอร์ทมุนด์ ผล บอล 0-2 (เป็นฝ่ายเยือน)

ทีมแมนฯ ซิตี้

  1. วันที่ 13-9-2014 ผล เสมอ หมู่อาร์เซนอล ผลบอล 2-2 (เป็นฝ่ายเยือน)
  2. วันที่ 30-8-2014 ผล พ่าย ฝ่ายสโต๊ค  ผลบอล 0-1 (เป็นกลุ่มเหย้า)
  3. วันที่ 25-8-2014 ผล ชนะ พวกลิเวอร์พูล  ผล บอล 3-1 (เป็นกรุ๊ปเหย้า)
  4. วันที่ 17-8-2014 ผล ชนะ เหล่านิวคาสเซิล  ผลบอล 2-0 (เป็นทีมเยือน)
  5. วันที่ 10-8-2014 ผล จำนน ฝ่ายอา ร์เซนอล ผลบอล 0-3 (เป็นฝ่ายกลาง)

วิเคราะห์บอลความพร้อม และ สภาพ ของฝ่าย
หมู่บาเยิร์น

  • ทางด้านอาร์เยน ร็อบเบนส่อฟิตไม่ทัน
  • ในนัดนี้ ฟร็องค์ ริเบรี่ได้คัมแบ็กกลับมาลากเลื้อยได้แล้ว
  • ทางด้านดาวิด อลาบาคงจะถูกขยับมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่ชาบี้ อลอนโซ่
  • ก็เพราะว่า บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์
  • ฆาบี้ มาร์ติเนซ
  • ติอาโก้ อัลคันทา นั้นก็ยังเจ็บอยู่
  • แนวรับนั้นเสีย โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ไปในนัดที่แล้ว
  • พร้อมด้วยทางด้านราฟินญ่ายังไม่ฟิต

เหล่าแมนฯ ซิตี้

  • ทางด้านปาโบล ซาบาเลต้ามีโทษแบนติดตัวมา
  • พร้อมกับบาการี ซานญ่าน่าจะได้ยืนแบ็กขวาแทน
  • ส่วนในแดนกลาง แฟร์นานโด ส่อฟิตไม่ทัน
  • แต่ว่า ยายา ตูเร่ ที่ถูกพักไว้ในเกมลีก พร้อมกลับมาเป็นตัวหลักได้
  • ทางด้าน เอดิน เชโก้ นั้นมีลุ้นยืนในแนวรุกแทน เซร์จิโอ อกูเอโร่
  • ในส่วนของ สเตวาน โยเวทิช นั้นยังเจ็บ

ระเบียนนักเตะโดนแบน: ปาโบล ซาบาเลต้า

วิเคราะห์ฟุตบอลรูปเกม
เท่าที่สองพวกยักษ์ใหญ่โคจรมาพบกันตั้งแต่นัดแรก ด้วยกันคงไม่มีใครประสงค์พลาดท่าก่อนแน่ คณะบาเยิร์นที่ฟอร์มยังไม่แรงในการออกสตาร์ทซีซั่นนี้และมีปัญหานักเตะเจ็บท่วมท้น คงต้องเน้นเต็มที่เพื่อสยบ ทีมแมนฯ ซิตี้ที่ผลงานยังไม่นิ่งลงให้ได้ แต่เรือใบก็น่าจะมีทีเด็ดพอที่จะบุกมาลุ้นแย่งแต้มออกจากถ้ำเสือใต้ได้

สารบาญผู้เล่น 11 คน แรกที่คาดว่าจักได้ลง

ทีมบาเยิร์น 4-3-3 : 

  • 1.มานูเอล นอยเออร์
  • 21.ฟิลิปป์ ลาห์ม
  • 17.เจอโรม บัวเต็ง
  • 4.ดันเต้
  • 18.ฆวน เบรนาท
  • 3.ชาบี้ อลอนโซ่
  • 27.ดาวิด อลาบา
  • 25.โธมัส มุลเลอร์
  • 19.มาริโอ เกิทเซ่
  • 7.ฟร็องค์ ริเบรี่
  • 9.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ชื่อผู้จัดการฝ่าย : เป๊ป กวาร์ดิโอ ลา


หมู่แมนฯ ซิตี้ 4-2-3-1 : 

  • 1.โจ ฮาร์ท
  • 3.บาการี ซานญ่า
  • 4.แว็งซองต์ กอมปานี
  • 26.มาร์ติน เดมิเคลิส
  • 11.อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ
  • 25.แฟร์นานดินโญ่
  • 42.ยายา ตูเร
  • 8.ซาเมียร์ นาสรี่
  • 21.ดาวิด ซิลา
  • 7.เจมส์ มิลเนอร์
  • 10.เอดิน เชโก้

ชื่อผู้จัดการคณะ : มานูเอล เป เญกรินี่


ฮอตสกอร์ที่คาดว่าจักเกิด : ผลเสมอ 1-1
เกร็ดที่น่า รู้

  1. เพราะว่านัดนี้ทั้งสองหมู่พบกันในรอบแบ่งกลุ่มแชมเ ศก้ยนส์ลีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ชันษา เพราะมีสถิติชนะ 2 แพ้ 2 เท่ากันใน 2 ครั้งก่อน
  2. หมู่บาเยิร์นแพ้แค่ 3 จาก 20 นัดที่พบ กับกลุ่มจากอังกฤษในบ้าน ชนะ 11 เสมอ 6 จำนน 3

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอลสรรพสิ่งกรุ๊ปแมนยูรวมทั้งช่วงเวลา ไทม์ไลน์ ของหลุยส์ ฟาน กัลและข่าวการควักกระเป๋าตัวของหมู่ลิเวอร์พูล



นี่มีชีวิตช่วงเวลา ไทม์ไลน์ ของหลุยส์ ฟาน กัล


สำหรับฟุตบอลยุคสมัยที่ ไม่ชนะเลิศ การจะพูดจาอะไรต้องระมัดระแวดระวังให้รอบคอบครับ ก็เพราะว่าผลที่ตามมาอาจแว้งเข้าหาตัวเองเอาได้ง่าย ๆ

อย่างอาทิเช่น ทีมแมนฯยูไนเต็ด แพ้ ทีมเอ็มเค ดอนส์ 0 - 4 ตกรอบ 2 ศึกแคปปิตัลวัน คัพ ที่ผ่านมา หลุยส์ ฟาน กัล ได้คอมเมนต์ถึง ปรัชญา หรือ Philosophy ในการทำทีมของเค้าว่าต้องใช้เพลา

ซึ่งอารมณ์ก็คือ ประมาณว่า แฟน ๆ ต้องเชื่อในปรัชญาว่า เรากำลังสร้างทีมที่ไม่สามารถสำเร็จได้ใน 1 เดือน หรือ 1 ปี

นั่นก็คือกุนซือวัย 63 ปีต้องการ เวลา เหมือนครั้งหนึ่งที่ เจ้าตัวเคยเปรยว่า เค้ามักต้องมี 3 เดือนในการกระจายตัวเองกับทีมใหม่ทุกทีมที่ไปคุม


ภาพหลังจากที่โดนทีมจากลีก วัน ถล่ม 4-0 เฉย

ซึ่งหากเป็นดังนั้น ไทม์ไลน์ ของ ฟาน กัล หลังเข้ามารับงานปริ่มตัวตอนกลางเดือน กรกฎาคม หลังปิดฉากบอลโลก 2014 เห็นจะเป็น 
กลางเดือน ตุลาคม ที่จะถึงนี้จึงค่อย ประเมิน รอบแรกผลงานของตัวเค้าเอง

และก็น่าจะ เหมาะสม นะครับ ก็เพราะว่าถึงตอนนั้น โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกก็น่าจะเดินทางถึงนัดที่ 8 หรือเกือบ ๆ 1 ใน 4 ของฤดูกาลแล้ว

ซึ่งสมมตมองในแง่ของ ภาพรวม ผมขอยอมวาง ไทม์ไลน์ การวิเคราะห์บอล และประเมินผลงานไว้ดังนี้นะครับ

การเตะ 6 นัดน่าจะพอเพียงให้นักเตะทั้งที่ไป/ไม่ไป บอลโลก 2014 รวมถึงการเตรียมทัพของกุนซือแต่ละคนกลับมาเข้าที่เข้าทาง และผู้เล่นคืนสภาพ ความฟิต กลับมาได้ถึง 100%


เป็นภาพหน้าบอกบุญไม่รับและไร้ราศีเมื่อเทียบเคียงกับช่วงปรีซีซั่น

และยังรวมถึง ทีมเวิร์ก และ 11 คนแรกก็น่าจะชัดเจนขึ้น ใช่ไหมก็คือรอถึงสักสิ้นเดือน กันยายน 2014 นะครับ 27 กันยายน 2014

ซึ่งจากนั้น ในเดือน ตุลาคม น่าจะเป็นเดือนที่ได้ เก็บเกี่ยว ผลงาน และเริ่มวัดกันได้แล้วว่า ใครของจริง/ของปลอม เพราะเวลานั้นเป็นเวลา พอพอเหมาะ แล้วในจังหวะเข้าสู่ช่วง 1 ควอเตอร์ หรือ 1 ใน 4 ของฤดูกาล

ในสุดท้ายเดือน พฤศจิกายน ที่ตามสถิติทุกซีซั่นจะเป็นเดือน แยกทาง ระหว่างผู้จัดการทีม และฝ่ายบริหารมากที่สุด เราก็คงได้เห็นว่า ใครอยู่ หรือไป

ในช่วงเดือน ธันวาคม หรือช่วง คริสต์มาส มักจะมีคำพูดกันว่า ใครเป็นจ่าฝูง หรือรั้งบ๊วย ส่วนหลังคริสต์มาส โอกาสจะแชมป์ หรือตกชั้นจะสูงถึง สูงสุด 26 ธันวาคม จะเป็นนัดที่ 19 หรือครึ่งทางพอดี

ซึ่งก่อนที่เดือน มกราคม ศกหน้าจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงเข้าสู่ครึ่งซีซั่นหลัง และตลาดนักเตะรอบ 2 จะเปิดให้แก้ตัว/ปรับกำลังพลกันอีก 1 เดือน

และโดยการ ทาบกัน ระหว่าง ไทม์ไลน์ ของผม กับหลุยส์ ฟาน กัล ช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะว่าทีมปิศาจแดง ก็คือ
  • เดือน กันยายน ในช่วง 3 แถง ฟาน กัล
  • เดืน ตุลาคม จะต้องมี 11 คนแรกที่ดีที่สุด พร้อมด้วยทีมเห็นหัวเห็นหาง
  • ในช่วง คริสต์มาส 25 ธันวาคม ครึ่งฤดูกาล
  • มกราคม ศกหน้า จะเปิดตลาดนักเตะรอบ 2


หรือไม่ก็ว่าอันที่จริงแล้วผลงานย่ำแย่เมื่อซีซั่นก่อน ไม่ใช่ความผิดของ เดวิด มอยส์

และที่เพิ่มเติมจากนี้คือ เดวิด มอยส์ โดนปลดจากตำแหน่งหลัง เสียสถิติ โน่น นี่ นั่น มากมายก่ายกองกระทั่งคอนเฟิร์มการชวดไปเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลัง 10 เดือนในหน้าที่

โดยนัดที่ 34 ในเดือน เมษายน 2014 ขณะมีแต้มตามหลังทีมอันดับ 4 ลุ้นไปเตะ UCL 13 คะแนนซึ่งไล่ไม่ทันแล้ว

และแน่นอนครับ เมื่อวานผมแตะแล้วว่า ณ 27 สิงหาคม นี้แมนฯยู ฯ เหลือเพียง เอฟเอ คัพ เป็นโทรฟี่ใบเดียวให้ได้ลุ้น

โดยที่สเต๊ปต่อไปคือ ลุ้นไปเตะ UCL ที่ผมจินตนาการไม่ออกจริง ๆ ว่า หากถึงวันที่ทีมปิศาจแดง อาจจะไม่ได้เตะอีก 1 ซีซั่น

และอะไรจะเกิดขึ้นกับ หลุยส์ ฟาน กัล และเจ้าตัวยังจะได้รับ งวด ให้สานฝันปรัชญาการทีมแบบที่ต้องการต่อไปหรือ



ข่าวไม่ก็จริง เมื่อทีมผีตอบรับข้อเสนอวิลล่า440 ล้านซื้อเคลฟ



สำหรับสาวกทีม ผีแดง จะรู้สึกไง  คราวสื่อ ผู้ดีได้ เผยว่า เคลฟเวอร์ลี่ย์ เตรียมการย้ายทีม หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ตอบโต้ข้อเสนอของ วิลล่า ที่ยื่นข้อแนะนำ 440 ล้านบาท เพื่อดึงนักเตะรายนี้ไปเสริมทัพ

โดยที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าได้ตอบรับข้อเสนอจำนาน 8 ล้านปอนด์หรือ 440 ล้านบาท จาก แอสตัน วิลล่า มิตรสหายร่วมลีก ที่ยื่นเข้าขอซื้อตัว ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ มิดฟิลด์เลือด ผู้ดี ไปร่วมทีมก่อนตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปิดตัวลง เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งจากรายงานของ สกาย สปอร์ต สื่อดังแดน ผู้ดี ระบุว่า มิดฟิลด์วัย 25 ปี ยังโชว์ฟอร์มในสนามได้ไม่ดีนัก ทำให้นักเตะรายนี้เตรียมถูก ทีมปีศาจแดง ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือใหญ่ ปล่อยตัวออกจากสโมสร โดยมี ทีมสิงห์ผงาด ให้ความสนใจ และล่าสุดมีการหนีเผยว่าหลังจาก วิลล่า ได้เข้ามาพบปะกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องค่าตัวได้แล้ว

และทั้งนี้ทาง เคลฟเวอร์ลี่ย์ เป็นนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ชุดเยาวชน ก่อนจะก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2011 ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ ทีมปีศาจแดง แต่กระนั้นหลังจาก ป๋า วางมือ และใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ไม่น่าตีตราใจแฟนบอล ทีมเร้ด เดวิลส์ มากนัก แม้จะได้รับโอกาสลงสนามมากถึง 44 นัด ในเกมลีก ก็ตาม



ข่าวลือว่า ซงจ่อเข้าตรวจร่างกายย้ายซบขุนค้อน 1 ปี


กลายเป็นคดีพลิก หลังขุนค้อน มาแรง จ่อชักหัว ซง พ้นม้านั่งสำรอง ทีมบาร์ซ่า ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล สื่อคาดดาวเตะผิวสี เตรียมบินลัดฟ้ามาตรวจร่างกายสุดสัปดาห์นี้

สำหรับอเล็กซ์ ซง มิดฟิลด์ตัวสำรองของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ตกเป็นข่าวเตรียมบินลัดฟ้ามาตรวจร่างกาย ย้ายมาร่วมทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรจากเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ปีเต็ม หลังจากที่เจ้าตัวแทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นในถิ่นคัมป์ นู

โดยก่อนหน้านี้มีหลายสโมสร ที่มีข่าวพัวพันธ์กับโบราณกาลดาวเตะของทีมอาร์เซน่อลรายนี้ทั้ง 

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  2. ลิเวอร์พูล 
  3. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 

ที่เป็น 3 ทีมดังจากแดนผู้ดี ทว่าล่าสุดกลับมีข่าวอย่างหนาหูกับทัพ ทีมขุนค้อน ถึงขนาดเตรียมบินมาพิจิตร่างกายในเร็ววันนี้เลยทีเดียว โดย ซง ถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาแทนที่ของ โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ กองกลางตัวหลักที่มีข่าวว่ากำลังจะย้ายออกไปจากถิ่นอัพตัน พาร์ค

โดยการวิเคราะห์ผลบอลที่ทั้งนี้ จอมทัพชาวแคเมอรูน วัย 26 ปี ย้ายจาก ทีมไอ้ปืนใหญ่ มาร่วมทัพ ทีมเจ้าบุญทุ่ม เมื่อปี 2012 แต่กลับไม่เป็นได้สอดเจือปนตำแหน่งตัวจริงในทีมได้เลย ทำให้เจ้าตัวต้องการที่จะย้ายออกไปเพื่อได้รับโอกาสลงสัมผัสสนามมากกว่าเดิม โดยจวบจวน 2 ปีกับบาร์เซโลน่า ลงเล่นไปทั้งสิ้น 65 นัด ยิงได้ 1 ประตู ซึ่งโดยมากเป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรอง และในบอลถ้วยซะมากกว่า


เมื่อแอ็กเกอร์ จ่อชิ่ง หงส์ หวนซบตัก บรอนด์บี้


เป็นข่าวซุบซิบกันสะพัด แอ็กเกอร์ ไม่ทน ตระเตรียมขนข้าวขนของหวนซบตัก บรอนด์บี้ ในเมืองเกิดแดนโคนม หลังเป็นแค่สำรองกับ หงส์แดง ประมาณค่าตัวราว 135 ล้านบาท

เมื่อดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ เซ็นเตอร์แบ็กจอมอาพับของ ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่า เตรียมตัวย้ายกลับไปค้าแข้งกับ บรอนด์บี้ อดีตต้นสังกัดเก่าในลีกบ้านเกิดที่ เดนมาร์ก ก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะจะปิดฉากลงในอีกไม่กี่วันนี้ ภายหลังบทบาทของเจ้าตัวนั้นเป็นแค่ตัวสำรองของ ทีมหงส์แดง

สำหรับแอ็กเกอร์ แทบไม่ได้โอกาสลงเล่นให้กับทีม ลิเวอร์พูล เลยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นคัดให้ มามาดู ซาโก้ และ มาร์ติน สเคอร์เทล เป็นคู่หูปราการหลังตัวจริง และยิ่ง ทีมหงส์แดง ได้ตัว เดยัน ลอฟเรน มาอีก 1 รายเมื่อไม่นานมานี้ จึงทำให้ภายหน้าของ แอ็กเกอร์ ในถิ่น แอนฟิลด์ ริบหรี่ลงทุกที ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า 
ทีมบาร์เซโลน่า
ทีมแอตเลติโก มาดริด 
ทีมนาโปลี 

ได้ให้ความสนใจดึงตัวไปร่วมทีม

แต่ประการใดก็ตามล่าสุดมีรายงานว่า แอ็กเกอร์ เตรียมที่จะกลับไปอยู่กับ บรอนด์บี้ ในลีกบ้านเกิดแดนโคนม หลังทั้ง 2 ฝ่ายมีการเจรจาบรรลุข้อกำหนดกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดกันว่าค่าตัวนั้นน่าจะอยู่ที่ 3 ล้านปอนด์หรือ 135 ล้านบาท

สำหรับ แอ็กเกอร์ วัย 29 ปีอยู่กับ บรอนด์บี้ มาตั้งแต่เป็นปลีแข้งในศูนย์ฝึกเยาวชน จากนั้นก็ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2004 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงปี 2006 โดยลงรับใช้ทัพ ทีมหงส์แดง ไปแล้วทั้งสิ้น 232 เกม ยิงได้ 14 ประตู



ก็ยังเหมือนเดิมเมื่อ ผีฟอร์มยังฝืดบุกเจ๊าทีมเบิร์นลี่ย์ 0-0



  • ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
  • แข่งวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557 
  • ทีมเบิร์นลี่ย์ 0-0 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • แข่งที่สนาม : เทิร์ฟ มัวร์
  • มีผู้ตัดสิน : คริส ฟอย
  • ชมถ่ายทอดสดทาง http://footballclubpza.blogspot.com/

โดยที่เริ่มเกมครึ่งแรก

ในนาทีที่ 3 ฝั่งเจ้าถิ่น เบิร์นลี่ย์ มีจังหวะลุ้นก่อน จากพรีคิกนอกกรอบโทษ เดวิด โจนส์ ปั่นด้วยซ้ายข้ามแพง เด เคอา ได้แต่มอง แต่มีโชคบอลไปชนคาน ทำให้ทีม แมนฯยูฯ รอดไม่เสียประตู


นาทีที่ 15 โอกาสครั้งแรกของ ทีมไปพบ แมนฯ ยูไนเต็ด จาก อังเคล ดิ มาเรีย วางบอลยาวจากกลางสนาม ให้ ฟาน เพอร์ซี่ พักบอลลงได้ ก่อนอัดด้วยซ้ายมุมแคบ แต่ไปตรงตัว ทอม ฮีตัน

นาทีที่ 27 เบิร์นลี่ย์ ได้ลุ้น เมื่อ ดิ มาเรีย เกี่ยวบอลลงไม่ดี บอลมาเข้าทาง เดวิด โจนส์ บริเวณนอกกรอบวิ่งมาซัดเต็มข้อลูกฟุตบอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ เด เคอา ต้องออกแรงทุบทิ้งออกหลังไป

นาทีที่ 37 ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ได้รับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม จากที่ไปดึง แดนนี่ อิงก์ส

เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเกม ทั้งสองทีมยังไม่เก่งทำอะไรกันได้ จบเกมครึ่งแรก เบิร์นลี่ย์ เสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 0-0

เข้าสู่เกมในครึ่งหลัง


นาทีที่ 52 ทีมเยือน มีโอกาสลุ้นก่อน เมื่อ อันโตนิโอ วาเลนเซีย จ่ายบอลเข้ากลางให้ เวย์น รูนี่ย์ ก่อนดึงจังหวะไหลบอลต่อให้ ดิ มาเรีย ที่วิ่งเติมขึ้นมาซัดทางซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ติดบล็อคแนวรับ เจ้าถิ่น เบิร์นลี่ย์

นาทีที่ 59 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตู จาก เบ็น มี เคลียร์บอลหน้าประตูไม่ขาดบอลมาเข้าทาง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้ซัดด้วยซ้ายบอลตรงกรอบ แต่ไปติดแผงหลัง เบิร์นลี่ย์ สกัดออกมาได้ทัน

นาทีที่ 61 ดาเรน เฟล็ทเชอร์ โยนบอลเข้าเขตโทษถึง ฟาน เพอร์ซี่ ขึ้นโขกเช็ด แต่ข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 70 แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวคนแรกเอา อังเคล ดิ มาเรีย ออก ส่ง อันแดร์สัน ลงเล่นแทน

ในนาทีที่ 72 ทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวคนที่สอง เอา ฟาน เพอร์ซี่ ออก ส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ลงเล่นแทน

นาทีที่  80 แดนนี่ เวลเบ็ค จ่ายบอลคืน ให้ ฆวน มาต้า ซัดไกลนอกกรอบ แต่ฟุตบอลโด่งข้ามคานออกไป

เข้าสู่ช่วงทดเวลา แมนฯยูฯ บุกมากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้ ทำให้จบ90นาที เบิร์นลี่ย์ เปิดบ้านยัน เสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปได้ 0-0 แบ่งทีมละหนึ่งแต้ม

------------------------------------------------------------------------------------

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง ของทั้งสองทีม

ทีมเบิร์นลี่ย์ : 
  1. ทอม ฮีตัน 
  2. เบ็น มี
  3. เจสัน แช็คเคลล์
  4. ไมเคิ่ล ดัฟฟ์
  5. คีแรน ทริปปิเยร์
  6. ดีน มานี่ย์
  7. แม็ธธิว เทย์เลอร์
  8. สก็อตต์ อาร์ฟิลด์
  9. แดนนี่ อิ้งส์
  10. เดวิด โจนส์ 
  11. ลูคัส จัตคีวิซส์

ราชื่อผู้จัดการทีม : 
  • ฌอน ไดช์

ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : 
  1. ดาบิด เด เคอา 
  2. ฟิล โจนส์
  3. จอนนี่ อีแวนส์
  4. ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์
  5. อันโตนิโอ วาเลนเซีย
  6. แอชลีย์ ยัง
  7. ดาเรน เฟล็ทเชอร์
  8. ฆวน มาต้า
  9. อังเคล ดิ มาเรีย
  10. เวย์น รูนีย์ 
  11. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

รายชื่อผู้จัดการทีม : หลุยส์ ฟาน กัล



โดยการประมวลภาพฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก เบิร์นลี่ย์ 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด